แจ้งเกษตรกรหรือสมาชิกผู้ขายยาง ให้นำยางแผ่นดิบเข้ามาขายก่อนเวลา 10.30 น. ทุกวัน ในวันและเวลาราชการ


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้327
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้372
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1770
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3442
mod_vvisit_counterเดือนนี้6029
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว19278
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด1057450

Online (10 minutes ago): 32
Your IP: 54.221.73.186
,
Today: ธ.ค. 14, 2017

1. ความต้องการยางของผู้ผลิตและผลผลิตของยางพารา

ปัจจัยนี้เป็นตัวที่สำคัญที่จะชี้ทิศทางตลาดว่าราคายางในช่วง เวลานั้นจะยืนอยู่ระดับเท่าใด โดยเฉพาะผู้ซื้อและผู้ผลิตจากต่างประเทศจะมีอิทธิพลทางด้านอุปทาน และการเคลื่อนไหวของราคามากกว่าผู้ซื้อและผู้ผลิตไทย ปกติแล้วไทยจะมุ่งส่งออกยางไปที่ผู้ซื้อและผู้ผลิตจากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา หากความต้องการยางจากประเทศเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ราคายางในประเทศไทยสูงขึ้นตามไปด้วย

2. ราคาน้ำมัน 

น้ำมันเป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่มักจะขึ้นลงควบคู่ไปกับราคายาง เนื่องจากน้ำมันเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตล้อยางเทียมหรือสังเคราะห์ หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนและราคาล้อยางเทียมก็จะสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ราคายางธรรมชาติสูงขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อและผู้ผลิตยางเทียมจะหันมาซื้อยางธรรมชาติมากขึ้น

3. อัตราการแลกเปลี่ยน 

ปัจจัยนี้ค่อนข้างจะสลับซับซ้อนพอสมควร อัตราการแลกเปลี่ยน US Dollar, Japanese Yen, และ Thai Bath ถ้าหากเงินเยนนั้นเกิดการอ่อนค่าลงจะทำให้ตลาดซื้อขายยางพาราล่วงหน้าใน โตเกียวนั้นดึงดูดนักลงทุนได้มากขึ้น ส่งผลให้ราคายางพาราสูงขึ้น ส่วนเงินบาทถ้ามีการแข็งค่าขึ้น มูลค่าและเงินที่ได้จากการส่งออกก็จะลดลง สินค้าจะขายออกยากขึ้น ผู้ซื้อต่างชาติหันความสนใจไปยังตลาดอื่น ส่งผลให้การส่งออกยากลำบากขึ้น

4. เศรษฐกิจโลก 

เมื่อใดที่ภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลกขยับขึ้นไปในทิศทางที่ดี ทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนส่วนใหญ่ก็จะมั่นใจในการลงทุน และหันมาลงทุนในอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ ซึ่งโดยปกติประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จะเป็นประเทศที่บ่งชี้ถึงฐานเศรษฐกิจทั่วโลกได้เป็นอย่างดี และรวมถึงราคายางในตลาดโลก

5. นโยบายการค้าระหว่างประเทศ 

ตลาดจะตอบรับค่อนข้างรุนแรงถ้าหากรัฐบาลต่างประเทศตัดสินใจขึ้น ภาษีสินค้าเกษตรนำเข้า เช่น ยางพารา ในอดีตก็มีหลายกรณีที่ตลาดค่อนข้างจะตื่นตัวเป็นอย่างมากจากการตั้งกำแพง ภาษีสินค้า ทำให้ราคายางพารานั้นตกลงไปมากพอสมควร โดยเฉพาะช่วงหลังประเทศจีนค่อนข้างมีบทบาทมากในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ซึ่งมักจะส่งผลต่อราคายางอยู่เสมอ ถ้ามีการลดภาษีตลาดก็จะตอบรับค่อนข้างดี การซื้อขายก็จะหนุนให้ราคาขึ้นไปได้

6. อุตสาหกรรมยานยนต์ 

ยอดการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ คือยอดขายรถยนต์และผู้ประกอบการของผู้ผลิตล้อยางที่ใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุ ดิบ ถ้ายอดขายรถพุ่งสูงขึ้น ล้อรถยนต์ก็จะขายได้มาก ความต้องการยางธรรมชาติย่อมจะมีมาก ซึ่งส่งผลให้ราคาในตลาดไทยนั้นสูงขึ้นไปด้วย

7. ภาวะตลาดหุ้น 

แนวโน้มภาวะตลาดหุ้น ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียว ตลาดหุ้นยุโรป ตลาดหุ้นลอนดอน ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก กลุ่มตลาดหุ้นเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความมั่นใจของนักลงทุนแต่ละประเทศ ต่อเศรษฐกิจ เมื่อหุ้นแต่ละตลาดปิดบวกหรือสูงขึ้นจะส่งผลให้นักลงทุนกล้าที่จะลงทุนใน ธุรกิจต่างๆ

8. ราคาตลาดล่วงหน้าโตเกียว ตลาดเซี้ยงไฮ้ และตลาดสิงคโปร์

เป็นราคาที่ชี้นำราคายางทั้งตลาดในประเทศและนอกประเทศโดยตรง สังเกตจากราคาปิดของวันก่อนหน้าว่าแนวโน้มราคายางจะขึ้นหรือลง หากว่าเป็นบวกราคายางมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่ถ้าเป็นลบแนวโน้มราคายางจะต่ำลง

9. สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศไม่ดี มีฝนตกชุกและมีน้ำท่วมในประเทศไทย ทำให้ผลผลิตยางออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถึงแม้ทางต่างประเทศจะลดความต้องการลง ราคาในประเทศก็อาจจะไม่ลดลงหรือลดลงไม่มาก เนื่องจากผู้ซื้อในไทยนั้นอาจจะมีการเก็งกำไร โดยการแข่งกันซื้อยางเก็บเพื่อขายในราคาที่สูงขึ้น