แจ้งเกษตรกรหรือสมาชิกผู้ขายยาง ให้นำยางแผ่นดิบเข้ามาขายก่อนเวลา 10.30 น. ทุกวัน ในวันและเวลาราชการ


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้310
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้372
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1753
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3442
mod_vvisit_counterเดือนนี้6012
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว19278
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด1057433

Online (10 minutes ago): 15
Your IP: 54.221.73.186
,
Today: ธ.ค. 14, 2017
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยาง แห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยกรณีบริษัทรับซื้อยางจากประเทศยุโรปและญี่ปุ่น จะรับซื้อยางจากสวนยางที่ผ่านมาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council) ว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศเนื่องจากการบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว ยังไม่ได้มีผลในขณะนี้ จะเริ่มใช้ในปี ค.ศ.2020 หรือ ปี พ.ศ.2563 ซึ่งประเทศไทยได้วางแผนรองรับไว้แล้ว ในเรื่องการออกมาตรฐานการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล FSC แล้ว โดยขณะนี้ได้นำร่องดำเนินการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล FSC ในพื้นที่สวนยางภาคใต้แล้ว 50,000 ไร่ และกำลังจะขยายผลไปดำเนินการในพื้นที่อื่นๆ ทั้งในสวนยางภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ในส่วนที่เหลือ คาดว่า ภายในระยะเวลาที่เหลือ 3 ปี จะสามารถดำเนินการครอบคลุมพื้นที่สวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน
"ประเทศไทยน่าจะได้รับอานิสงส์จากการนำมาตรฐาน FSC มาใช้มากกว่า เนื่องจากการบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว ไม่ได้ใช้กับประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศผู้ผลิตยางประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม เป็นต้นด้วย ซึ่งประเทศเหล่านี้ไม่ยังมีการตื่นตัวเรื่องการจัดการสวนยางตามมาตรฐานสากล FSC น้อยกว่า ไทยมาก ดังนั้น หากมาตรฐาน FSC มีผล บังคับใช้ คำสั่งซื้อยางจะยิ่งไหลเข้ามาใน ประเทศไทยที่มีการจัดการสวนยางตามมาตรฐานสากล FSC มากขึ้นอย่างแน่นอน"
นายธีธัช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในอนาคตการนำมาตรฐาน FSC มาบังคับใช้ อาจจะไม่ครอบคลุมแค่ไม้ยาง หรือ น้ำยางที่นำไปผลิตล้อยางเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากยางด้วยว่าจะต้องใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากสวนยางตามมาตรฐานสากล FSC
สำหรับ FSC นั้นเป็นองค์กรเอกชนที่เป็นผู้ให้การรับรองมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ที่ได้รับความเชื่อถือในระดับโลก เพื่อเป็นการรับประกันว่าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC ไม่ได้มาจากป่าธรรมชาติ แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากป่าปลูก ที่มีการจัดการ ป่าไม้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นเครื่องมือหรือวิธีการใหม่ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อวงการป่าไม้ทั่วโลก โดยใช้การตลาดเป็นข้อกำหนดในการจูงใจ ให้ปรับปรุงวิธีการจัดการป่าไม้ ตามหลักการของการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนที่จะต้องมีความสมดุลใน 3 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 26 กันยายน 2560 00:00:21 น.