แจ้งเกษตรกรหรือสมาชิกผู้ขายยาง ให้นำยางแผ่นดิบเข้ามาขายก่อนเวลา 10.30 น. ทุกวัน ในวันและเวลาราชการ


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้377
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้372
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1820
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3442
mod_vvisit_counterเดือนนี้6079
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว19278
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด1057500

Online (10 minutes ago): 80
Your IP: 54.221.73.186
,
Today: ธ.ค. 14, 2017

กนอ.เดินสายโรดโชว์ผู้ประกอบการยางในงานประชุมยางพาราโลก 2017 ครั้งที่ 13 เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประเทศมาเลเซีย โชว์ความก้าวหน้า 2 ทำเลการลงทุนอุตสาหกรรมยาง ทั้งนิคมฯในเขตเศรษฐกิจสะเดา และนิคมฯรับเบอร์ชิตี้ จ.สงขลา เผยนักลงทุนยางสนใจเพียบ
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้เข้าร่วมประชุมสัมมนา“ยางพาราระดับโลก 2017 หรือ Global Rubber Conference” ครั้งที่ 13 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยางพารา เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก ซึ่งนิคมฯยางพาราหรือรับเบอร์ซิตี้ของไทยได้รับการตอบรับ จากนักลงทุนที่เข้าร่วมและซักถามข้อมูลการลงทุนรวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ จำนวนมาก
" กิจกรรมโรดโชว์ในครั้งนี้ กนอ.ได้พบปะกับนักลงทุนที่ให้ความสนใจที่จะลงทุนในพื้นที่อุตสาหกรรมยางพารา โดยมีการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) โดยเฉพาะนักลงทุนอุตสาหกรรมยาง รายใหญ่ของมาเลเซีย สอบถามข้อมูลรวมถึงทิศทางอุตสาหกรรมยาง ซึ่ง กนอ.ได้เชิญชวนให้นักลงทุนประเทศมาเลเซียเข้ามาลงทุนในนิคมฯทั้ง 2 พื้นที่ทั้งนิคมฯ ยางพารา และ นิคมฯ สะเดา จ.สงขลา ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมระหว่างไทยและมาเลเซีย"นายวีรพงศ์กล่าว
ทั้งนี้ นิคมฯยางพารา ระยะที่ 3 พื้นที่ 750 ไร่ ขณะนี้สามารถพัฒนาได้เร็วกว่าแผน และคาดว่าจะเปิดดำเนินการ เชิงพาณิชย์ได้ปลายปี 2560 และปัจจุบันมีผู้ประกอบการจากประเทศมาเลเซีย บางส่วนเข้ามาลงนาม ซื้อที่ดินแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินเพิ่มอีก ประมาณ 5 ราย ส่วนการพัฒนาโครงการนิคมฯในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา จังหวัดสงขลา พื้นที่ 927 ไร่ ซึ่ง กนอ.ได้ลงนามเช่าพื้นที่ จาก กรมธนารักษ์ จำนวน 629 ไร่ เพื่อพัฒนาพื้นที่รองรับการลงทุนในระยะแรก
ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบการลงทุนในราวปลายปี 2560 โดยรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) มีความคืบหน้าล่าสุด คณะกรรมการผู้ชำนาญการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา มีมติเห็นว่ารายงานดังกล่าวมีความสมบูรณ์ครบถ้วนเพียงพอที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) และนำเสนอต่อ ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในต้นปี 2561 ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนทั้งขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี เริ่มเข้าสอบถามข้อมูลและรายละเอียดอื่นๆมาอย่างต่อเนื่องแล้วหลายราย
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 19 ก.ย. 2560 13:27:00
https://mgronline.com/business/detail/9600000096045