แจ้งเกษตรกรหรือสมาชิกผู้ขายยาง ให้นำยางแผ่นดิบเข้ามาขายก่อนเวลา 10.30 น. ทุกวัน ในวันและเวลาราชการ


mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้232
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้483
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้232
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว5075
mod_vvisit_counterเดือนนี้12193
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว18862
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด1027150

Online (10 minutes ago): 31
Your IP: 54.156.67.122
,
Today: ต.ค. 22, 2017

                ภาครัฐ

    1. รัฐบาลไทยเชิญผู้แทน ITRC เพื่อพิจารณาปัญหาราคายาง เช่น การจำกัดโควตาส่งออก
    2. ให้รักษาราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ไว้ที่ 3.5 เหรียญสหรัฐ หรือ 105 บาทต่อกิโลกรัม
    3. ขอให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ให้สินเชื่อกับสถาบันเกษตรกรเพื่อแปรรูปยาง และเก็บสต๊อกไว้
    4. เสนอรัฐบาลจัดทำ Packing Credit กับเอกชนผู้ส่งออกยางพารา
    5. ขอความร่วมมือเกษตรกรชาวสวนยางลดหรือชะลอเวลากรีดยางจาก 2 วันเว้น 1 วัน เป็นกรีดวันเว้นวัน เพื่อลดปริมาณในท้องตลาด ทำให้ราคาสูงขึ้น
    6. ขอร้องให้เกษตรกรหยุดกรีดยางต้นเล็กที่ยังไม่ได้ขนาดกรีด
    7. ปี 2555 เพิ่มเป้าหมายการโค่นยางเพื่อปลูกแทนจากปีละ 255,000 ไร่เป็น 400,000 ไร่
    8. เสนอรัฐบาลทำโครงการ 8,000 ล้านบาท เพื่อให้เครดิตกับสถาบันเกษตรกรในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา

          ภาคเกษตรกร

    1. เกษตรกรควรชะลอการกรีดยางหรือลดปริมาณวันกรีดยางในช่วงนี้ลง เพื่อให้ปริมาณยางในท้องตลาดลดลง  
    2. เกษตรกรควรดูแลบำรุงรักษาสวนยางพาราในช่วงชะลอการกรีด เพื่อให้ต้นยางพาราได้มีโอกาสพัก และพร้อมให้ผลผลิตอย่างเต็มที่ในการกรีดครั้งต่อไป
    3. เกษตรกรควรทำยางแผ่นดิบหรือยางแผ่นรมควัน แทนการขายน้ำยางสด เพื่อสามารถเก็บไว้ขายในช่วงยางมีราคาสูงต่อไป
    4. เกษตรกรควรกรีดยางพาราและทำยางแผ่นดิบโดยใช้แรงงานในครอบครัวซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างกรีด
    5. เกษตรกรควรมีการรวมกลุ่มขายยางอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์ที่จะมีอำนาจต่อรองราคาและการสร้างกลุ่มเครือข่ายเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ข่าวสารในด้านการผลิตและด้านการตลาด